ก่อนจะพูดถึงเรื่อง เงินสวัสดิการ ขอเล่าเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรา เมื่อมาอยู่ที่นี่กันก่อนเนาะ นั่นคือ Te กับ kela. Te หรือกรมแรงงาน จะมีหน้าที่ดูแล ให้คำปรึกษา วางแผนการปรับตัว การจัดหางาน หาที่เรียนภาษา หาที่ฝึกงาน ประมาณนี้ค่ะ ส่วน kela คือผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ สวัสดิการด้านสุขภาพ คล้ายๆประกันสังคมบ้านเราค่ะ
สองหน่วยงานนี้จะทำงานร่วมกัน Te เป็นผู้เขียนรายงาน แผนการจ่ายเงิน ส่งให้ kela ซึ่ง kela จะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจการจ่ายเงินอีกครั้ง
หลังจากแต่งงาน ได้เรสสิเดนท์เพอมิทแล้ว ( ผู้เขียนขอเรสฯที่ไทยค่ะ) พอมาถึงฟินแลนด์ ก็เดินเรื่องติดต่อหน่วยงานต่างๆ เล่าคร่าวๆนะคะ
-
ไปยื่นเอกสารที่ไมตาสติเพื่อขอเลขประจำตัว ( รอประมาณ 1 สัปดาห์)
- เมื่อได้เลขประจำตัวแล้ว ต่อจากนั้น ก็ไปยื่นเอกสารที่ kela ( เพื่อขอรับบัตร kela )
- ต่อด้วย Te หลังจากยื่นเอกสารเพื่อเข้าระบบเป็นคนว่างงานกับ Te แล้ว ทาง Te จะนัดพูดคุยอีกครั้ง ช้า เร็ว ขึ้นอยู่กับแต่ละเมืองและคิว ถ้าขอล่ามด้วยอาจจะรอนานหน่อยค่ะ เป็นการนัดพูดคุยเพื่อวางแผน แนะนำแนวทางการปรับตัว การทำงาน การเรียน และเงินช่วยเหลือที่จะได้รับ ( ในขั้นตอนนี้สามารถขอล่ามได้ค่ะ ) จากนั้น Te จะออกเอกสารให้เพื่อนำไปยื่นที่ kela เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ
- นำหมายเลขประจำตัวที่ได้จากไมตาสติ ไปทำบัตรประชาชนที่สถานีตำรวจ ต่อจากนั้น ไปขอเปิดบัญชีที่ธนาคาร
มาถึงเรื่องเงินบ้าง สำหรับผู้มาอยู่ใหม่ ที่นี่รัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือการปรับตัวให้ ในระยะแรกคือ 3 ปี เคสของผู้เขียนบล็อกคือ ก่อนมาอยู่ฟินแลนด์ มีงานทำมาก่อน และมีใบรับรองงานมาด้วย ทาง Te ได้พิจารณาเริ่มจ่ายเงินทันที โดยไม่ต้องรออยู่ฟินแลนด์จนครบ 5-6 เดือน ( อาจจะล่าช้าบ้าง แล้วแต่เมือง แต่เขาจะจ่ายย้อนหลังให้ค่ะ )
ทีนี้มันจะมีเคสที่ไม่ได้ทำงานมาก่อน หรือเคยทำ แต่ไม่มีใบรับรองงาน หรือใบวุฒิฯมาด้วย กรณีนี้จะต้องอยู่ฟินแลนด์จนครบกำหนดก่อน ถึงจะเริ่มได้รับเงินช่วยเหลือ ( แต่ถ้าได้เรียน หรือฝึกงานก่อน ก็สามารถรับเงินได้เช่นกัน) คือเขาจะมีกฎเรื่องระยะเวลาการว่างงานมาเกี่ยวข้องด้วย และต้องมีใบรับรองงานมา
นั่นหมายถึงใบรับรองงานมีความสำคัญมาก ถ้าใครกำลังจะมาอยู่ฟินแลนด์ ให้เตรียมใบรับรองการทำงานติดตัวมาด้วยนะคะ (และต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)
อีกเคสนึงอันนี้ผู้เขียนได้ยินได้ฟังมานะคะ บางคนเคยทำงานมาก่อน และว่างงานมาแล้ว 6 เดือน แต่ไม่มีใบรับรองงานมาด้วย บางคนได้รับเงินช่วยทันที บางคนก็ต้องรอ 6 เดือน ซึ่งเคสแบบนี้คิดว่าน่าจะเกิดจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่แต่ละเมือง ( เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าผิดขอภัยด้วยค่ะ )
จำนวณเงินที่จะได้รับ อธิบายเป็นเคสๆไปนะคะ
ในกรณีที่อยู่บ้านเฉยๆ ยังไม่ได้เรียน/ฝึกงาน จะได้รับวันละ 32.66€ คิดเฉพาะ จ-ศ
32.66 x 20 = 653 € หัก ภาษี 20% ( 130€ ) *
อัพเดทจำนวนเงินของ ปี 2017 คือวันละ 32.40€ ค่ะ
รวมเงินที่จะได้รับต่อเดือนหลังหักภาษีแล้ว คือ 522 €
รอบการจ่ายเงินแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะคะ อันนี้คือคิดให้ดูคร่าวๆต่อเดือน ตัวเลขอาจจะไม่เปะค่ะ แต่ก็ใกล้เคียง
ถ้าได้ไป รร หรือ ฝึกงาน จะได้เงินค่าเดินทางเพิ่มวันละ 9€ เงินจำนวณนี้ไม่หักภาษี ให้เฉพาะวันที่ ไปเรียนหรือฝึกงาน ( ลาป่วย ลากิจ งดจ่าย)
เมื่อไปเรียน 200 วันแรก จะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มอีก วันละ 4.75€ เงินตัวนี้หักภาษี 20% และจะได้เฉพาะ 200 วันแรกที่เรียนเท่านั้น จะคำนวณเฉพาะวันที่ไปเรียนเท่านั้น ช่วง รร ปิดเทอม ลากิจ ลาป่วย ขาดเรียน จะไม่นำมาคำนวณด้วยนะคะ บางคนอาจจะไม่สังเกตว่าเงินอะไร มารู้ตัวอีกที เอะ ทำไมเดือนนี้ฉันได้เงินน้อยลง เงินตัวนี้จะใส่ในรายการเดียวกับเงินว่างงานถ้าได้ไปเรียนตัวเลขจะแจ้งที่ประมาณ 37€ กว่าๆ/วัน
สรุปกรณีอยู่บ้านเฉยๆ จะได้เงินหลังหักภาษีแล้ว ประมาณ
522€ ( ก่อนหักภาษี =653€ คำนวณ 20 วันต่อเดือนนะคะ บางทีรอบการจ่ายอาจจะจำนวณวัน ไม่เท่ากัน)
กรณีไปเรียน 200วันแรก จะได้เงินหลังหักภาษีแล้วประมาณเดือนละ
800€ ( ก่อนหักภาษี= 928€ )
พอหมดช่วง 200 วันแรก ( แต่ยังเรียนอยู่) จะได้เงินหลังหักภาษีแล้วประมาณ
702 € ( ก่อนหักภาษี 833€)
ปล อันนี้เฉพาะคนที่ไม่มีลูกขณะไปเรียนนะคะ ส่วนในกรณีคนที่มีลูกจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก แต่รายละเอียดตรงนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจ เลยไม่กล้าบอกต่อค่ะ เอาไว้ถ้าได้ข้อมูลที่ถูกต้องจะมาอัพเดทนะคะ ตัวเลขที่ยกตัวอย่างมาอาจจะไม่เปะ แต่ก็ใกล้เคียงมาก ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยค่ะ