วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บัตรประกันสุขภาพ Eurooppalainen

Eurooppalainen sairaanhoitokortti
สิทธิประโยชน์จากบัตร Eurooppalainen Sairaanhoitokortti หลายท่านอาจจะทราบแล้ว เล่าสู่กันฟังเผื่อบางท่านเพิ่งมาอยู่ฟินแลนด์ อาจจะยังไม่ทราบค่ะ ว่าบัตรนี้มีประโยชน์อย่างไร ใช้ตอนไหน อย่างไร

Eurooppalainen Sairaanhoitokortti คือบัตรประกันสุขภาพในเขตประเทศ EU 28 ประเทศ

ใช้ในกรณีที่เราอาจจะเดินทางไปเที่ยว ภายใน EU หากเราไม่สบาย เจ็บป่วยในขณะที่เราอยู่ ณ ประเทศใดก็ตามในเขตประเทศ EU ถ้าเรามีบัตรนี้ เราจะได้รับสิทธิและสวัสดิการ การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในมาตรฐานและสวัสดิการเดียวกัน กับที่พลเมืองของประเทศนั้นได้รับ เช่นสมมุติว่าเราไปเที่ยวที่เยอรมัน เกิดเจ็บป่วยต้องเข้า รพ ที่นั่น เราก็จะได้สวัสดิการ การรักษาพยาบาลเหมือนที่คนเยอรมันได้รับ คือถ้าคนเยอรมันรักษาฟรี เราก็รักษาฟรีเช่นกัน หรือหากมีค่าใช้จ่าย เราก็จะได้จ่ายในราคาเดียวกัน กับคนในประเทศนั้น  ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้น มีระบบสวัสดิการด้านสุขภาพให้พลเมืองเขาอย่างไร เราก็จะได้รับเช่นเดียวกัน  ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีระบบสวัสดิการประกันสุขภาพที่แตกต่างกัน ( บางประเทศก็ฟรี) แต่อาจจะไม่ครอบคลุมถึง รพ หรือ สถานพยาบาลเอกชน

ปล สมมุติในกรณีที่คนเยอรมันที่มีบัตรนี้มาเที่ยวฟินแลนด์ แล้วเกิดป่วยต้องเข้า รพ ที่ฟินแลนด์ เขาก็จะได้รับสวัสดิการเดียวกันเหมือนกับที่คนฟินน์ได้รับ

บัตรนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆในเขต EU ค่ะ สามารถสมัครทำบัตรได้ฟรีที่เวบไซต์ของ Kela หรือจะปริ้นแบบฟอร์ม จากเวบแล้วไปยื่นเองที่ออฟฟิศ Kela ก็ได้ค่ะ บัตรมีอายุ 2 ปี หลังจากบัตรหมดอายุแล้ว Kela จะส่งมาให้อัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องสมัครใหม่ค่ะ

ข้อควรจำ

  • บัตรนี้ไม่ใช่ประกันการเดินทาง ไม่ครอบคลุมถึง รพ และคลีนิคเอกชน ไม่ครอบคลุมในกรณีของสูญหายขณะเดินทาง รวมถึงการชดเชยค่าเดินทาง
  • ไม่ครอบคลุมในกรณีที่เราต้องการเดินทาง เพื่อไปเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ในประเทศนั้น
  • ไม่การันตีว่าจะได้รับบริการ ฟรี แต่ละประเทศมีระบบสวัสดิการที่แตกต่างกัน
ข้อมูลเพิ่มเติมภาษาอังกฤษที่นี่ค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมภาษาฟินที่นี่ค่ะ

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

การเพิ่มชื่อเด็กที่เกิดในฟินแลนด์ เข้าทะเบียนบ้านในประเทศไทย

การเพิ่มชื่อเด็ก เข้าทะเบียนบ้านในประเทศไทย

ในกรณีที่ลูกเกิดที่ฟินแลนด์ ถ้าต้องการเพิ่มชื่อลูกเข้าทะเบียนที่ไทย ก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ต้องแจ้งเกิดลูก กับสถานทูตไทยในฟินแลนด์ก่อน เพื่อนำใบสูติบัตรไปยื่นขอเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่ไทย  

 ( ขั้นตอนการแจ้งเกิดคลิกที่นี่ )


การเพิ่มชื่อเด็กเข้าทะเบียนบ้านในประเทศไทย

สถานที่ยื่นคำร้อง สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่ประสงค์จะเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน
ผู้ยื่นคำร้อง คือ ผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ ถ้าผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้เยาว์ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ยื่น

หลักฐานประกอบ
  1. สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่จะเพิ่มชื่อ
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ของเรา ) และ ของบิดา มารดา กรณีผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้เยาว์
  3. หลักฐานการเกิดของผู้ขอเพิ่มชื่อ คือสูติบัตรที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต
  4. หนังสือเดินทาง ( passport ) ของผู้ขอเพิ่มชื่อ (เด็ก)
  5. พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
  6. สำเนาพาสปอร์ตของสามี ( พ่อเด็ก)
  7. รูปถ่ายของลูก ขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ
  8. สำเนาบัตรประชาชนของพยานบุคคล
ของเราเจ้าหน้าที่อำเภอ ขอเอกสารเพิ่มเติม คือ
สำเนาทะเบียนบ้านของเรา ( ผู้ร้อง)
สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าบ้าน

ขั้นตอนคร่าวๆเล่าตามประสบการณ์เราเองนะคะ อำเภอแต่ละที่อาจจะช้าเร็วต่างกัน และบางแห่งเจ้าหน้าที่อาจจะขอเอกสารเพิ่มเติมด้วย ( มีเคสเพื่อนเรา เจ้าหน้าที่อำเภอบอกให้ไปแปล พาสปอร์ตลูก คุยกันอยู่นานกว่าจะเสร็จค่ะ)

เตรียมเอกสารตามข้างบน ถ่ายเอกสารอย่างละ 1 ชุด
บุคคลที่ต้องไปด้วยคือ เจ้าบ้าน และ พยานบุคคล เรื่องพยานบุคคลไม่ทราบว่าจะเหมือนกันทุกอำเภอหรือไม่นะคะ ของเราเจ้าหน้าที่ระบุเลยว่า ต้องเป็นผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น

ขั้นแรก หลังยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่จะเรียกสอบเพื่อบันทึกข้อมูลทีละคน เริ่มจากเรา ( ผู้ร้อง) ต่อด้วย เจ้าบ้าน และพยานบุคคล ในขั้นตอนนี้ถ้าเอกสารครบถ้วนดี ก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนัดวันเวลาอีกครั้งเพื่อนำทะเบียนบ้าน( ฉบับจริง) ไปเพิ่มชื่อ ( ของเราประมาณ 1 สัปดาห์) ทุกอย่างไม่มีค่าธรรมเนียมค่ะ ก็ไม่ยุ่งยากค่ะ แต่อาจจะเสียเวลาทั้งวันเลยถ้าคนเยอะ แล้วแต่เขตแต่ละท้องที่ด้วยค่ะ แนะนำให้ไปแต่เช้า และเตรียมเอกสารให้พร้อม เหลือดีกว่าขาดค่ะ จะได้ไม่เสียเวลามาก


วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

การขอสัญชาติไทยให้บุตร/ การแจ้งเกิด ในกรณีที่เด็กเกิดในฟินแลนด์


การแจ้งเกิดบุตรกับสถานทูตไทย สามารถแจ้งเกิดได้โดยทางไปรษณีย์ค่ะ หลังจากที่ลูกเกิด จะแจ้งเกิดหรือไม่ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความประสงค์ค่ะ

( ถ้าไม่ได้แจ้งเกิดที่ไทย ก็ไม่ได้สัญชาติไทย)

เอกสารที่ใช้ประกอบการแจ้งเกิด
  1. คำร้องขอจดทะเบียนคนเกิดกรอกข้อความให้ครบถ้วนพร้อมเบอร์โทรศัพท์ อีเมล ดาวน์โหลดที่นี่
  2. รูปถ่ายสีของบุตรจำนวน 1 รูป ถ่ายหน้าตรงชัดเจน ฉากหลังรูปเป็นสีอ่อน ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  3. เอกสารแสดงสถานะภาพบุคคลของบุตรภาษาอังกฤษ (Virkatodistus)ซึ่งระบุ ชื่อ วันเดือนปีเกิดของบุตร ชื่อ และ สัญชาติของบิดา มารดา ต้องเป็นเอกสารฉบับจริงจากสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) และผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของฟินแลนด์ (Ulkoasiainministeriö) ที่อยู่ : Merikasarminkatu 5 D, 00160 Helsinki, เบอร์โทรศัพท์ 09 160 05
  4. สำเนาหนังสือเดินทางของบิดาและมารดา พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา - มารดาที่มีสัญชาติไทยพร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  6. สำเนาทะเบียนสมรสของบิดามารดาพร้อมคำแปลที่เป็นภาษาไทย
  7. หนังสือรับรองการเกิดของบุตรจากโรงพยาบาล ที่มีข้อมูล เวลาเกิด วัน เดือน ปีเกิด น้ำหนักแรกเกิด ชื่อมารดา และ ชื่อโรงพบาบาล หากไม่มีข้อมูลดังกล่าวในหนังสือรับรองการเกิด ขอความกรุณาแนบเอกสารเพิ่มเติมคือ ใบ Synnytyskertomus มาด้วย
  8. หนังสือรับรองบุตรที่ออกโดยสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น (Maistraatti) (ในกรณีที่บิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน)
  9. บันทึกสอบปากคำในกรณีที่บิดาและมารดาประสงค์จะให้บุตรใช้นามสกุลของมารดา
  10. บันทึกสอบปากคำกรณีที่ไม่ประสงค์จะระบุชื่อบิดา
  11. ซองส่งกลับขนาด A4 พร้อมแสตมป์เพื่อส่งสูติบัตรกลับทางไปรษณีย์ 
* เอกสารในข้อ 3 (Virkatodistus) ขอได้จาก Maistraatti สำหรับบ้านไหนที่เป็นสมาชิกของโบสถ์ ต้องไปขอจากโบสถ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ หลังจากได้รับเอกสารแล้ว ให้ส่งเอกสารไปแสตมป์รับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของฟินแลนด์ (Ulkoasiainministeriö) พร้อมแนบใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม พร้อมที่อยู่และเบอร์โทรไปด้วย (Ulkoasiainministeriö) โดยชำระเงินค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร
แปะลิ้งก์ไว้ให้ค่ะ
กระทรวงการต่างประเทศฟินแลนด์

.* เอกสารในข้อ 7 ให้แจ้งทาง รพ ว่าให้ออกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ ประสบการณ์เราเองตอนแจ้งเกิดลูก จนท สถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมคือ ใบ Synnytyskertomus ลักษณะจะเป็นใบเล็กๆ  เขียนด้วยลายมือ รายละเอียดจะระบุ วัน เดือน ปีเกิด และน้ำหนักแรกเกิดลูก ถ้ามีการขอเพิ่ม  สามารถถ่ายรูปและส่งไปทางข้อความได้ค่ะ


คำแนะนำ
  • โปรดส่งเอกสารแจ้งเกิดมาที่สถานทูตฯ ทางไปรษณีย์เท่านั้น
  • ถ้าต้องการทำหนังสือเดินทางให้บุตรโปรดเขียนแจ้งความความประสงค์เพิ่มเติมมาด้วย
กรณีมีความประสงค์จะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาโทรติดต่อ 09 612 2640, 09 612 26410 ระหว่างเวลา 13.30-16.00 น. เท่านั้น หรือทางอีเมล consular@thaiembassy.fi

ถ้าต้องการทำพาสปอร์ตก็เขียนโน๊ตแปะไปด้วยค่ะ พอสูติบัตรออกเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะโทรมานัดวันเวลาค่ะ การทำพาสปอร์ตต้องไปทำด้วยตนเองที่สถานทูต นอกเรื่องนิดนึงนะคะ คือเจ้าหน้าที่สถานทูตบริการดีมากค่ะ น่ารักและ เป็นกันเองมากๆ ไปกี่ครั้งก็ประทับใจจนต้องบอกต่อเลยค่ะ 🙂

หมายเหตุ หากพบข้อผิดพลาดในสูติบัตรที่ออกโดยทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ กรุณาดาวน์โหลดคำร้องขอแก้ไขรายการสูติบัตร ดาวน์โหลดที่นี่ พร้อมแนบสูติบัตรฉบับจริง สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำร้องและซองติดแสตมป์ส่งกลับ มายังสถานเอกอัครราชทูต เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

ที่อยู่สถานทูตไทยในฟินแลนด์
Royal Thai Embassy Bulevardi 14A (ชั้น1) 00120 Helsinki 



วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

เงินสวัสดิการหลังคลอด /เงินแม่ /เงินเลี้ยงลูก ที่ฟินแลนด์

Kela vanhempainraha
ที่ฟินแลนด์จะให้สิทธิ์ลาเลี้ยงลูกได้ถึง 3 ปี และมีเงินช่วยเหลือทุกเดือน มีลูกกี่คนก็ว่ากันไป ในส่วนนี้เราขอเล่าในเคสของเราเองนะคะคือมีลูก 1 คน เลี้ยงลูกอยู่บ้าน เงินที่ได้หลังคลอดลูกมีหลายส่วนด้วยกันค่ะอย่างเช่น
  1. Äitiysraha หรือเงินแม่
  2. Vanhempainraha หรือเงินผู้ปกครอง ได้ต่อจากเงินแม่
  3. Lapsilisä หรือเงินลูก เงินนี้จะจ่ายตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงลูกอายุ ครบ 17 ปี
  4. Kotihoidon tuki หรือเงินเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ได้หลังจากเงิน ผู้ปกครองหมดลง จะได้เฉพาะกรณีเลี้ยงลูกอยู่บ้าน จนถึงลูกอายุ 3 ขวบ
ก่อนถึงกำหนดคลอดเราสามารถใช้สิทธ์ลาคลอด ที่เรียกว่า Äitiysvapaa โดยเริ่มใช้สิทธิ์ลาได้ 30-50 วันทำการ ก่อนถึงกำหนดคลอด อยู่ที่เราว่าจะเลือกลาก่อนคลอดกี่วัน พอเราเริ่มใช้สิทธิ์ Äitiysvapaa ทาง kela ก็จะเริ่มจ่ายเงินแม่ Äitiysraha และ ต่อด้วยเงินผู้ปกครอง vanhempainraha เป็นเวลาประมาณ 10 เดือน (ช่วงนี้ก็จะงดจ่ายเงินว่างงานสำหรับผู้ที่รับเงินว่างงานอยู่)

Äitiysraha เงินแม่ จะจ่าย 105 วันทำการ และต่อจากนั้นคือ
Vanhempäinraha เงินผู้ปกครอง จะจ่าย 158 วันทำการ
( คิดเป็นเดือน ก็รวมๆประมาณ 10 เดือน ) สำหรับใครที่มีลูกแฝด จะได้เงินผู้ปกครองเพิ่มอีก 60 วัน)
(ปล วันทำการนับจาก จันทร์ถึงเสาร์ ยกเว้น วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ )

สำหรับเงินแม่และเงินผู้ปกครอง จำนวณเงินที่ได้ แต่ละคนจะได้ไม่เท่ากัน คนว่างงาน คนมีงานทำ จะได้ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการจ่ายภาษีต่อปีด้วย สำหรับคนว่างงานเขาจะดูรายได้ก่อนคลอดเป็นตัวคำนวณ จำนวณเงินที่ได้เบ็ดเสร็จต่อเดือนก็พอๆกับเงินว่างงานค่ะ  ( ของเราได้วันละ 28.2 € ) แต่ยังไงก็จะได้ไม่ต่ำกว่า วันละ 23.73 € เงินนี้จะถูกหักภาษี 20%

Kotihoidon tuki หลังจากที่หมดช่วงของเงิน vanhempäinraha หรือช่วงที่ลูกอายุประมาณ 9 เดือน ถ้าเลี้ยงต่อที่บ้าน คือไม่ เอาไปเข้าเนิสฯ ต้องทำเรื่องแจ้งไปที่ kela เพื่อขอรับเงิน kotihoidon tuki เงินส่วน ที่จะได้เรียกว่า hoitoraha เงินนี้จะไม่เกี่ยวกับรายได้ ทุกคนจะได้เท่ากัน ปีนี้เงินนี้ถูกลดจำนวนลง ( จากที่เช็คในเวบ kela. อัพเดทล่าสุดของปี 2017) ปีนี้ลดเหลือเดือนละ 338.34 € ( ก่อนหักภาษี )
ถ้ามีลูกอีกคนที่อายุยังไม่เกิน 3 ขวบ และเลี้ยงเองที่บ้านไม่ได้เข้าเนิสฯ จะได้เพิ่มอีก 101.29 € เรื่องภาษีไม่แน่ใจว่าหักเท่ากันทุกคนมั้ยนะคะ แต่เงินนี้ของเราหักภาษีตั้ง 25% ( แต่ก็ได้คืนตอนสิ้นปีค่ะเพราะฐานภาษีไม่ถึง)

ยังมีเงินอีกตัวที่จะได้เพิ่มคือเงิน hoitolisä ในกรณีที่เลี้ยงลูกอายุไม่เกิน 3 ขวบ อยู่บ้านมากกว่า 1 คน จะได้เงินส่วนนี้เพิ่ม จำนวนเงิน เขาจะคำนวนจากรายได้ครอบครัว และจำนวนของสมาชิกในครอบครัวเป็นตัวตั้ง แต่จะได้ไม่เกิน  181.07 € ต่อเดือน จริงๆเงินส่วนมีรายละเอียดยิบย่อยอีกค่ะ แต่เราไม่มีประสบการณ์ตรง เลยไม่กล้าเล่าต่อกลัวข้อมูลผิดพลาด ☺️

Lapsilisä  เงินลูก เงินตัวนี้จะจ่ายตั้งแต่ลูกเกิดจนลูกอายุครบ 17 ปี ในกรณีมีลูกติดมาจากไทยอายุไม่เกิน18ปี ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินเช่นกันค่ะ เงินนี้จะไม่ถูกหักภาษี จำนวณเงินที่ได้ จะได้ตามจำนวนลูกที่มี ตัวอย่างเช่น
  • ลูกคนที่ 1 ได้เดือนละ  94.88 € ( ยอดล่าสุดปี 2017)
  • ลูกคนที 2 ได้เดือนละ  104.84 €
  • ลูกคนที่ 3 ได้เดือนละ  133.79 €
  • ลูกคนที่ 4 ได้เดือนละ  153.24 €
  • ลูกคนที่ 5 ได้เดือนละ  172.69 €
มีลูกคนที่ 6 และคนต่อๆไปด้วย เขาจะมีวิธีคำนวนอีกต่างหากค่ะ เออว่าแต่ใครจะมีลูกเกิน 5 คนมั้ยนะสมัยนี้ คริๆ 😁😁

เงินสวัสดิการเกี่ยวกับลูกยังมีอีกหลายส่วน และเงื่อนไขแตกต่างกันไปอีก เราเล่าเฉพาะส่วนที่เป็นประสบการณ์ของเราเองนะคะ หากมีตรงไหนผิดพลาดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เงินสวัสดิการทุกตัว อาจจะมีปรับขึ้นลงทุกปี ตามสถานการณ์การเงินของประเทศฟินแลนด์ แต่รู้สึกว่าระยะหลังมานี้จะปรับลงตลอด เฮ้ออ แอบบ่นเบาๆ
แปะลิ้งก์ไว้ให้นะคะ เผื่อมีใครอยากอ่านเรื่องเงินสวัสดิการหลังคลอด
ข้อมูลเรื่องเงินสวัสดิการต่างๆคลิกอ่านได้ที่ลิ้งก์นี้ค่ะ (english)




วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันชาติฟินแลนด์ Itsenäisyyspäivä

Suomi Finland
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต



วันที่ 6 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันชาติของฟินแลนด์ ชื่อเรียกในภาษาฟินนิชคือ Itsenäisyyspäivä เป็นวันที่ฟินแลนด์ได้ประกาศเอกราชเป็นอิสระจากการปกครองของรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ 1917 ซึ่งในปีนี้ (ค.ศ 2016 ) เป็นปีครบรอบ99 ปี ของการประกาศเอกราช * เพิ่มเติมข้อมูล 6 ธันวามคม ค.ศ 2017 เป็นปีที่ฟินแลนด์มีเอกราชครบ 100 ปี

Itsenäisyyspäivä ถือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และจะมีการจัดพิธีเฉลิมฉลองทุกปีดังนี้
  • ตอนเช้าจะมีการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา จะสังเกตุได้ว่าตามร้านค้า หรือสถานที่ราชการ จะประดับประดาไปด้วยธงชาติฟินแลนด์ในวันนี้  
  • จุดเทียนสีฟ้าขาว 1คู่ วางไว้ริมหน้าต่าง
  • ไปโบถส์ หรือไปจุดเทียนที่สุสานทหาร หรือสถานที่ ที่เป็นอนุสรณ์สงคราม
  • ดูภาพยนตร์เรื่อง The unknown Soldier (1955 film) ภาษาฟินเรียกว่า Tuntematon sotilas  ซึ่งจะฉายทุกปีทางทีวี เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามต่อเนื่องระหว่างฟินแลนด์ กับ สหภาพโซเวียต ในสงครามโลกครั้งที่ 2
  • อาจจะมีการเชิญญาติ หรือเพื่อนฝูง มาดื่มกาแฟ และทานอาหารพื้นเมืองที่บ้าน
  • ตอนหัวค่ำจะมีการถ่ายทอดสดทางทีวี พิธีเฉลิมฉลองวันชาติ ภาษาฟินเรียกว่า Linnan juhlat ที่ทำเนียบประธานาธิบดี โดยประธานาธิบดีฟินแลนด์และคู่สมรส จะยืนสัมผัสมือแขกที่มาร่วมงานทีละคน ( คนไทยบางคนเลยเรียกงานนี้ว่า งานจับมือประธานาธิบดี 😃 ) ซึ่งแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานจะเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ นายทหาร ตำรวจ นักการเมือง ผู้ที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศ ทหารผ่านศึก และผู้แทนจากประเทศต่างๆ ( ไฮไลต์ของงานที่คนฟินตั้งตารอดูคือ ชุดราตรีของแขกผู้มีเกียรติสุภาพสตรีที่มาร่วมงาน 😀 )
  • เวลา 20.00 น เชิญธงชาติลงจากยอดเสา
ฟินแลนด์เป็นประเทศที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา ผ่านช่วงเวลาของสงคราม และความยากจนมาก่อน มีบางคนที่ีเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงสงคราม และยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งบางคนยังไม่เคยลืมความลำบาก ความยากจนที่เคยประสบมา 

ความยากลำบากในช่วงของสงคราม เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หล่อหลวมให้คนฟินน์ มีความชาตินิยม มีวินัย รู้จักการใช้เงิน และมัธยัสถ์ ตัวอย่างเช่น คนฟินน์จะสอนลูกหลานตนว่า อย่าทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น ควรตักอาหารแค่พอทาน อย่าตักจนทานไม่หมด แล้วทิ้งลงถังขยะ (โดยเฉพาะคนฟินน์รุ่น คุณตาคุณยาย) ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่า คนฟินน์ขี้เหนียว 

แต่ถ้าลองมองย้อนกลับไป ถึงประวัติศาสตร์ของฟินแลนด์แล้ว จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ว่าทำไมคนฟินน์ ถึงมัธยัสถ์ และเราจะได้เห็นว่า ฟินแลนด์เป็นประเทศที่น่าทึ่งมาก จากประเทศที่ยากจน ประเทศที่เคยเป็นหนี้มหาศาลหลังสงคราม แต่ฟินแลนด์ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการศึกษา และเทคโนโลยี ฟินแลนด์ได้พัฒนาและเติบโตมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นประเทศ ที่ดีที่สุดในโลกในหลายๆด้าน 

สุขสันต์วันชาติฟินแลนด์ค่ะ 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์นี้ค่ะ

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สังคม และ คนฟินแลนด์ ที่ฉันได้สัมผัส

Suomi
เล่าจากมุมมองของผู้เขียนบล็อกเองนะคะ ตลอด 3 ปีที่ใช้ชีวิตที่ฟินแลนด์ สิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้สัมผัสคือ สังคมที่นี่เป็น

สังคมแห่งความเสมอภาค ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร  เชื้อชาติ หรือสัญชาติอะไร นับถือศาสนาอะไร พิการหรือปกติ รวยหรือจน ทุกคนมีสิทธิ "เท่าเทียมกัน"ในสังคม ในทุกๆด้าน อย่างเช่น การรักษาพยาบาลใน รพ ของรัฐ ที่นี่ทุกคนจะได้รับการบริการ ตามมาตรฐานและคุณภาพเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก คนจน คนรวย ไม่มีห้องพิเศษ ไม่ใช่ว่ามีเงินจ่าย ฉันอยากได้ห้องพิเศษ ที่นี่ไม่มีนะคะ การได้รับสวัสดิการและบริการต่างๆจากรัฐ เป็นไปอย่าง เท่าเทียม และทั่วถึง

โอกาสที่เท่าเทียมกัน ในทุกๆด้านของสังคม เช่น โอกาสทางการศึกษา หากอยากเรียนพยาบาล ตอนอายุ 45 ปี ก็สามารถไปเรียนได้ นั่งเรียนรวมกับคนอายุ 25 ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

โอกาสในการทำงาน โดยไม่มีการแบ่งแยกเพศ ชาย หญิง หรือ เพศที่สามก็ตาม ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน
เพศเดียวกันก็สามารถแต่งงานกันได้ มีกฏหมายรับรองเหมือนคู่สมรสชายหญิงทั่วไป แม้แต่คนไทยหัวดำอย่างเรา เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว เราก็ได้รับการปฏิบัติเสมือนคนฟินน์ทั่วไป

นอกจากความเสมอภาคในสังคมแล้วในครอบครัวก็เช่นกัน สามีภรรยาจะช่วยกันทำงานบ้าน และ ดูแลลูกๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในบ้านด้วย หากสามีและภรรยาทำงานทั้งคู่ ค่าใช้จ่ายในบ้าน จะต้องช่วยกันออก เมื่อภรรยาคลอดบุตร สามีก็สามารถใช้สิทธ์ลาเพื่อช่วยเลี้ยงลูกได้เช่นกัน เด็กๆมีอิสระที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

สังคมแห่งความเชื่อใจ ตัวอย่างเช่น ที่ซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อผักผลไม้ต้องชั่งน้ำหนักเองติดราคาเอง ไม่มีพนักงานคอยบริการ ไม่มี รปภ ยืนตรวจ ( มีเพียงกล้องวงจรปิด ซึ่งบางแห่งก็ไม่มี)

ร้านขายดินขายปุ๋ย ลูกค้าขับรถไปจอดหน้าร้าน ขนกระสอบดินขึ้นท้ายรถ แล้วเดินเข้าไปในร้านบอกแคชเชียร์ว่าซื้อดินไปกี่ถุงราคาเท่าไหร่ จ่ายตังค์ พนักงานก็ไม่ได้ตรวจสอบว่าดินในท้ายรถมีกี่ถุง ถามว่าจะมีคนคิดไม่ซื่อมั้ย คิดว่าอาจจะมีแต่คงน้อยมากๆ จนแทบไม่ต้องกังวลเลย สิ่งที่คนที่นี่มีคือ
ความเชื่อใจ คนขายเชื่อใจ ว่าลูกค้ามีความซื่อสัตย์

เคยแอบถามคนฟินน์เหมือนกันว่า ถ้ามีคนเอาดินใส่รถไป 5 ถุง แต่โกหกว่า มีแค่ 3 ถุง คนขายจะรู้มั้ยเขา ถามกลับว่า จะทำแบบนั้นไปทำไม ไม่มีใครทำหรอก ทำไปเพื่ออะไร ละอายใจที่จะทำ นั่นคือคำตอบของคนฟินน์ค่ะ

ในห้องเรียน นักเรียนได้รับอนุญาตจากครู ให้ใช้โทรศัพท์ได้เพื่อค้นหาข้อมูล แปลภาษา หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเรียนเท่านั้น ถ้าไปถามครูหรือนักเรียนว่าจะรู้ได้อย่างไร ว่านักเรียนไม่ได้แอบใช้โทรศัพท์ทำอย่างอื่นนอกจากเรื่องเรียน คำตอบคือ ครูก็ไม่รู้หรอก แต่เขาไว้ใจกัน เคารพและให้เกียรติกัน

สังคมแบบต่างคนต่างอยู่ ในครอบครัวจะมีเพียง พ่อแม่ ลูก เมื่อลูกอายุครบ 18ปี ก็จะย้ายออกไปอยู่ลำพัง ไม่มีวัฒนธรรมที่ลูกต้องดูแลส่งเสียเงินให้พ่อแม่ แม้ในยามแก่เฒ่า เพราะที่นี่รัฐมีหน้าที่ดูแล คนไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แม้แต่พี่น้องก็ไม่มาวุ่นวายกัน นานๆเจอกันที ก็ถามไถ่แค่พอรู้เรื่อง คือเขาไม่ได้มาสนใจว่าเออบ้านข้างๆมีอะไร ไม่ได้มาสนใจว่า ลูกบ้านนั้น เขยบ้านนี้ ลูกสะใภ้บ้านโน้น เป็นอย่างไร เราชอบนะตรงนี้ ไม่วุ่นวายดีเนอะ เรื่องไม่เยอะดี แต่บางทีก็รู้สึกว่าคนที่นี่ต่างคนต่างอยู่เกินไป

ที่นี่เขาจะไม่เรียกทุกคนว่าเพื่อน เขาจะแยกชัดเจน คนรู้จัก เพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนสนิท การจะไปมาหาสู่กัน ต้องมีความสนิทมาก ซึ่งต่างกับคนไทยเรา ที่เจอกันแค่ครั้งเดียว แลกเบอร์กัน ชวนกันมาทานข้าวที่บ้าน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ  การจะไปงานวันเกิด งานแต่ง งานศพ หรืองาน อะไรก็ตาม ต้องได้รับการเชิญเท่านั้น

คนฟินน์ จะรักสันโดษมาก ชอบอยู่กับธรรมชาติ ซื่อสัตย์ ถ่อมตน พูดน้อย ขี้อาย และ หน้าเดียว ทุกความรู้สึก ไม่คุยกับคนแปลกหน้า แต่แก้ผ้าเข้าซาวน่ากับคนแปลกหน้าได้ 😂😂 ไม่อวดร่ำอวดรวย ไม่เห่อแบรนด์เนม  ถ้ามีตังค์เขาจะเก็บเป็นความลับสุดยอดเลยกลัวคนรู้ 😃😃

การพูดน้อยและขี้อาย สำหรับบางคนอาจจะเป็นเฉพาะกับคนแปลกหน้าเท่านั้น หากได้รู้จักกันแล้ว ก็คุยกันได้ตามปกติ แต่ประเภทน้ำไหลไฟดับ ก็มีนะแต่ส่วนน้อย และจะดูเป็น คนฟินน์ ที่แปลกๆไปทันที 😁

คนฟินน์อาจจะดูใจเย็น ทำอะไรไม่เร่งรีบ แต่ถ้ามีการนัดหมายอะไรก็ตาม จะตรงต่อเวลามาก เรื่องนี้สำคัญนะคะ ถ้าใครมีนัดกับคนฟินน์ ห้ามสายเด็ดขาด เขาเคร่งครัดเรื่องเวลามากค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าคนฟินน์กำลังคิดอะไร หากดูจากสีหน้าคงจะเดายากหน่อยค่ะ ต้องดูที่การกระทำเป็นหลัก อาจจะด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกือบทั้งปี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบ และป่า คนก็น้อยอีก จึงทำให้คนที่นี่ค่อนข้างใจเย็น จนดูเย็นชาไปเลย

พูดถึงผู้ชายบ้านนี้ค่อนข้างรักครอบครัว ช่วยภรรยาทำงานบ้าน ที่เจ้าชู้ก็มีเยอะ ความเจ้าชู้คงไม่เกี่ยวกับชนชาติ ( มั้ง)  สาวๆบ้านนี้ดื่มเก่งมาก สถิติการดื่มเผลอๆมากกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ

แต่คนฟินน์ค่อนข้างมีวินัยมากเรื่องการดื่ม ตรงนี้ผู้เขียนชอบมากค่ะ ต่อให้ดื่มเก่งแค่ไหน เขาจะดื่มในวันหยุดเท่านั้น ถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำงาน หรือต้องขับรถ เขาจะไม่ดื่มเด็ดขาด ปริมาณแอลกอฮอล์ ที่อนุญาตให้ขับรถได้คือ ไม่เกิน 0.5% เท่ากับเบียร์ 1 กป ถ้าต้องขับรถ เขาจะดื่มแค่ กระป๋องเดียว แม้จะนั่งล้อมวงกับเพื่อนๆ ถ้าเพื่อนๆ รู้ว่าต้องขับรถ จะไม่มีการคะยั้นคะยอให้ดื่มเด็ดขาด

การแต่งกายของคนที่นี่ จะเน้นสีดำๆ สีทึมๆค่ะ สีสันฉูดฉาดไม่ค่อยมีให้เห็น มีเรื่องขำๆเรื่องนึง คือเมืองที่อยู่มีคนรัสเซียอยู่ค่อนข้างเยอะ มาใหม่ๆเราก็แยกไม่ออก คนรัสเซีย หรือคนฟินน์ มีคนแนะว่าให้ดูที่การแต่งตัว จากการที่สังเกตก็จริงนะคะ ถ้าแต่งตัวสวยๆ แลดูแฟชั่นทันสมัยหน่อย ก็คือสาวรัสเซีย ถ้าแต่งตัวธรรมดาก็คือคนฟินน์  คือคนที่นี่จะจัดเต็มเฉพาะเวลามีงานที่เป็นทางการ ถ้าชีวิตประจำวันคือเรียบง่ายมากๆ

เคยมีคนบอกว่าคนฟินน์ขี้เหนียว จริงหรือไม่ คงแล้วแต่คนจะนิยาม ความหมายของคำว่าขี้เหนียว ที่แตกต่างกันไป สำหรับผู้เขียน ขอใช้คำว่า ประหยัด น่าจะถูกกว่า คือโดยธรรมชาติ ของคนที่นี่คือ ชอบความเรียบง่าย ไม่เน้นแบรนด์เนม ไม่อวดรวย เลือกใช้ของตามความต้องการ
เช่น รถเก่าๆ ถ้ามันยังใช้ได้ดีอยู่ ก็ใช้ไปไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ โทรศัพท์เก่าๆ ถ้าชีวิตประวันจำวันต้องการแค่นั้น ก็ใช้แค่นั้น ไม่จำเป็นต้องเปลื่ยนตามใคร ชักจะยาวไปแล้ว พักสายตาก่อนดีกว่า ถ้ามีเวลาเดี๋ยวมาเม้าท์คนฟินน์ต่อ ภาค 2 ค่ะ



วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สวัสดิการ เงินว่างงาน เงินช่วยเหลือการปรับตัว ชีวิตที่ฟินแลนด์

Kela raha
ก่อนจะพูดถึงเรื่อง เงินสวัสดิการ ขอเล่าเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรา เมื่อมาอยู่ที่นี่กันก่อนเนาะ นั่นคือ Te กับ kela. Te หรือกรมแรงงาน จะมีหน้าที่ดูแล ให้คำปรึกษา วางแผนการปรับตัว การจัดหางาน หาที่เรียนภาษา หาที่ฝึกงาน ประมาณนี้ค่ะ ส่วน kela คือผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ สวัสดิการด้านสุขภาพ คล้ายๆประกันสังคมบ้านเราค่ะ

สองหน่วยงานนี้จะทำงานร่วมกัน Te เป็นผู้เขียนรายงาน แผนการจ่ายเงิน ส่งให้ kela ซึ่ง kela จะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจการจ่ายเงินอีกครั้ง
หลังจากแต่งงาน ได้เรสสิเดนท์เพอมิทแล้ว ( ผู้เขียนขอเรสฯที่ไทยค่ะ) พอมาถึงฟินแลนด์ ก็เดินเรื่องติดต่อหน่วยงานต่างๆ เล่าคร่าวๆนะคะ
  1. ไปยื่นเอกสารที่ไมตาสติเพื่อขอเลขประจำตัว ( รอประมาณ 1 สัปดาห์)
  2. เมื่อได้เลขประจำตัวแล้ว ต่อจากนั้น ก็ไปยื่นเอกสารที่ kela ( เพื่อขอรับบัตร kela )
  3. ต่อด้วย Te หลังจากยื่นเอกสารเพื่อเข้าระบบเป็นคนว่างงานกับ Te แล้ว ทาง Te จะนัดพูดคุยอีกครั้ง ช้า เร็ว ขึ้นอยู่กับแต่ละเมืองและคิว ถ้าขอล่ามด้วยอาจจะรอนานหน่อยค่ะ เป็นการนัดพูดคุยเพื่อวางแผน แนะนำแนวทางการปรับตัว การทำงาน การเรียน และเงินช่วยเหลือที่จะได้รับ ( ในขั้นตอนนี้สามารถขอล่ามได้ค่ะ ) จากนั้น Te จะออกเอกสารให้เพื่อนำไปยื่นที่ kela เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ
  4. นำหมายเลขประจำตัวที่ได้จากไมตาสติ ไปทำบัตรประชาชนที่สถานีตำรวจ ต่อจากนั้น ไปขอเปิดบัญชีที่ธนาคาร
มาถึงเรื่องเงินบ้าง สำหรับผู้มาอยู่ใหม่ ที่นี่รัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือการปรับตัวให้ ในระยะแรกคือ 3 ปี เคสของผู้เขียนบล็อกคือ ก่อนมาอยู่ฟินแลนด์ มีงานทำมาก่อน และมีใบรับรองงานมาด้วย ทาง Te ได้พิจารณาเริ่มจ่ายเงินทันที โดยไม่ต้องรออยู่ฟินแลนด์จนครบ 5-6 เดือน ( อาจจะล่าช้าบ้าง แล้วแต่เมือง แต่เขาจะจ่ายย้อนหลังให้ค่ะ )

ทีนี้มันจะมีเคสที่ไม่ได้ทำงานมาก่อน หรือเคยทำ แต่ไม่มีใบรับรองงาน หรือใบวุฒิฯมาด้วย กรณีนี้จะต้องอยู่ฟินแลนด์จนครบกำหนดก่อน ถึงจะเริ่มได้รับเงินช่วยเหลือ ( แต่ถ้าได้เรียน หรือฝึกงานก่อน ก็สามารถรับเงินได้เช่นกัน) คือเขาจะมีกฎเรื่องระยะเวลาการว่างงานมาเกี่ยวข้องด้วย และต้องมีใบรับรองงานมา


นั่นหมายถึงใบรับรองงานมีความสำคัญมาก ถ้าใครกำลังจะมาอยู่ฟินแลนด์ ให้เตรียมใบรับรองการทำงานติดตัวมาด้วยนะคะ (และต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)

อีกเคสนึงอันนี้ผู้เขียนได้ยินได้ฟังมานะคะ บางคนเคยทำงานมาก่อน และว่างงานมาแล้ว 6 เดือน แต่ไม่มีใบรับรองงานมาด้วย บางคนได้รับเงินช่วยทันที บางคนก็ต้องรอ 6 เดือน ซึ่งเคสแบบนี้คิดว่าน่าจะเกิดจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่แต่ละเมือง ( เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าผิดขอภัยด้วยค่ะ )

จำนวณเงินที่จะได้รับ อธิบายเป็นเคสๆไปนะคะ

ในกรณีที่อยู่บ้านเฉยๆ ยังไม่ได้เรียน/ฝึกงาน จะได้รับวันละ 32.66€ คิดเฉพาะ จ-ศ
32.66 x 20 = 653 € หัก ภาษี 20% ( 130€ ) * อัพเดทจำนวนเงินของ ปี 2017 คือวันละ 32.40€ ค่ะ
รวมเงินที่จะได้รับต่อเดือนหลังหักภาษีแล้ว คือ 522 €
รอบการจ่ายเงินแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะคะ อันนี้คือคิดให้ดูคร่าวๆต่อเดือน ตัวเลขอาจจะไม่เปะค่ะ แต่ก็ใกล้เคียง

ถ้าได้ไป รร หรือ ฝึกงาน จะได้เงินค่าเดินทางเพิ่มวันละ 9€ เงินจำนวณนี้ไม่หักภาษี ให้เฉพาะวันที่ ไปเรียนหรือฝึกงาน ( ลาป่วย ลากิจ งดจ่าย)

เมื่อไปเรียน 200 วันแรก จะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มอีก วันละ 4.75€ เงินตัวนี้หักภาษี 20% และจะได้เฉพาะ 200 วันแรกที่เรียนเท่านั้น จะคำนวณเฉพาะวันที่ไปเรียนเท่านั้น ช่วง รร ปิดเทอม ลากิจ ลาป่วย ขาดเรียน จะไม่นำมาคำนวณด้วยนะคะ บางคนอาจจะไม่สังเกตว่าเงินอะไร มารู้ตัวอีกที เอะ ทำไมเดือนนี้ฉันได้เงินน้อยลง เงินตัวนี้จะใส่ในรายการเดียวกับเงินว่างงานถ้าได้ไปเรียนตัวเลขจะแจ้งที่ประมาณ 37€ กว่าๆ/วัน

สรุปกรณีอยู่บ้านเฉยๆ  จะได้เงินหลังหักภาษีแล้ว ประมาณ 522€ ( ก่อนหักภาษี =653€ คำนวณ 20 วันต่อเดือนนะคะ บางทีรอบการจ่ายอาจจะจำนวณวัน ไม่เท่ากัน)

กรณีไปเรียน 200วันแรก จะได้เงินหลังหักภาษีแล้วประมาณเดือนละ 800€ ( ก่อนหักภาษี= 928€ )

พอหมดช่วง 200 วันแรก ( แต่ยังเรียนอยู่) จะได้เงินหลังหักภาษีแล้วประมาณ 702 € ( ก่อนหักภาษี 833€)

ปล อันนี้เฉพาะคนที่ไม่มีลูกขณะไปเรียนนะคะ ส่วนในกรณีคนที่มีลูกจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก  แต่รายละเอียดตรงนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจ เลยไม่กล้าบอกต่อค่ะ เอาไว้ถ้าได้ข้อมูลที่ถูกต้องจะมาอัพเดทนะคะ ตัวเลขที่ยกตัวอย่างมาอาจจะไม่เปะ แต่ก็ใกล้เคียงมาก ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยค่ะ